พืช

ราชินีแห่งฤดูใบไม้ร่วง

หากเอ่ยถึงดอกเบญจมาศหลายคนอาจนึกถึงไม้ดอกที่ปลูกประดับสวนหรือดอกไม้ที่ใช้ตกแต่งในเทศกาลและงานสำคัญแต่เบื้องหลังกลีบดอกที่บานสะพรั่งนั้นคือเรื่องราวที่เดินทางข้ามกาลเวลามานานกว่าสองพันปี จากพืชสมุนไพรพื้นบ้านในจีนสู่ดอกไม้ที่ได้รับการยกย่องในงานศิลปะ บทกวีและวัฒนธรรมของเอเชียก่อนจะก้าวขึ้นเป็นสัญลักษณ์แห่งราชบัลลังก์ของจักรพรรดิญี่ปุ่น
บทความนี้จะพาคุณไปรู้จัก 8 เส้นทางที่ไม่ธรรมดาของดอกเบญจมาศ ตั้งแต่จุดกำเนิดในสวนธรรมดา การเป็นสมุนไพรและแรงบันดาลใจของกวีจนถึงการได้รับเกียรติให้เป็นตราสัญลักษณ์ของราชวงศ์ญี่ปุ่นและยังคงเป็นดอกไม้ที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลกจนถึงปัจจุบัน
1. จุดกำเนิดจากแผ่นดินจีนโบราณ
ดอกเบญจมาศมีถิ่นกำเนิดในประเทศจีนโดยมีหลักฐานการเพาะปลูกย้อนหลังไปถึงช่วงศตวรรษที่ 15 ก่อนคริสตกาล ในระยะแรกผู้คนนิยมปลูกเพื่อใช้เป็นพืชสมุนไพรและอาหารมากกว่าจะปลูกเพื่อความสวยงาม ชาวจีนเชื่อว่าดอกเบญจมาศเป็นสัญลักษณ์ของอายุยืน ความสงบและความเข้มแข็งจึงมักปลูกไว้ตามบ้านและสวนเพื่อความเป็นสิริมงคล
2. จากสมุนไพรสู่ถ้วยชา
ก่อนจะเป็นไม้ดอกประดับดอกเบญจมาศถูกนำมาใช้รักษาโรคตามศาสตร์การแพทย์แผนจีนมานานหลายศตวรรษ โดยเฉพาะดอกแห้งที่นำมาชงเป็นชา เชื่อว่าช่วยคลายความร้อน บรรเทาอาการปวดศีรษะและลดอาการเมื่อยล้าจากการใช้สายตาปัจจุบัน ชาดอกเบญจมาศยังคงได้รับความนิยมในหลายประเทศของเอเชียทั้งในรูปแบบเครื่องดื่มร้อนและเครื่องดื่มเย็น
3. แรงบันดาลใจของกวีและศิลปิน
ในวัฒนธรรมจีนดอกเบญจมาศได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในสี่สุภาพบุรุษร่วมกับกล้วยไม้ ไผ่และดอกเหมยซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของคุณธรรมและความสง่างามกวีและจิตรกรโบราณนิยมถ่ายทอดภาพของเบญจมาศเพื่อสื่อถึงความเรียบง่าย ความอดทน และการใช้ชีวิตอย่างสมถะ
4. เดินทางสู่ญี่ปุ่นและได้รับการยกย่อง
ราวศตวรรษที่ 8 ดอกเบญจมาศถูกนำเข้าสู่ญี่ปุ่นผ่านการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกับจีน ไม่นานหลังจากนั้นดอกไม้ชนิดนี้ก็ได้รับความนิยมในหมู่ชนชั้นสูง เพราะมีรูปลักษณ์ที่สง่างามและบานสะพรั่งในฤดูใบไม้ร่วง ชาวญี่ปุ่นยังเชื่อว่าดอกเบญจมาศเป็นสัญลักษณ์ของความบริสุทธิ์ ความมีระเบียบและอายุยืนจึงมีการปลูกกันอย่างแพร่หลาย
5. ก้าวสู่สัญลักษณ์ของจักรพรรดิ
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อจักรพรรดิญี่ปุ่นทรงเลือกดอกเบญจมาศเป็นตราประจำราชวงศ์ โดยใช้ลวดลายดอกเบญจมาศ 16 กลีบเป็นตราสัญลักษณ์ของราชบัลลังก์ด้วยเหตุนี้ คำว่าบัลลังก์ดอกเบญจมาศจึงกลายเป็นคำที่ใช้เรียกสถาบันจักรพรรดิญี่ปุ่น และเป็นสัญลักษณ์ของราชวงศ์ที่สืบทอดต่อเนื่องมายาวนาน
6. ดอกไม้แห่งเทศกาล
ทั้งจีนและญี่ปุ่นต่างมีเทศกาลเฉลิมฉลองดอกเบญจมาศเป็นประจำทุกปี ในจีนมีการชมดอกเบญจมาศในช่วงเทศกาลฉงหยางซึ่งตรงกับวันที่ 9 เดือน 9 ตามปฏิทินจันทรคติ ส่วนญี่ปุ่นมีเทศกาลชมดอกเบญจมาศที่จัดแสดงพันธุ์ไม้หายากและการจัดแต่งดอกไม้ที่ประณีตเทศกาลเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าเบญจมาศไม่ได้เป็นเพียงไม้ดอกแต่เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของผู้คน
7. เดินทางสู่ยุโรปและทั่วโลก
ในช่วงศตวรรษที่ 17-18 ดอกเบญจมาศถูกนำเข้าสู่ยุโรป ก่อนจะได้รับการพัฒนาสายพันธุ์ใหม่ๆ ทั้งด้านสี รูปทรงและขนาดดอก ปัจจุบันมีดอกเบญจมาศหลายหมื่นสายพันธุ์ ตั้งแต่ดอกขนาดเล็กไปจนถึงดอกยักษ์ที่ใช้ในการประกวดทำให้กลายเป็นหนึ่งในไม้ดอกเศรษฐกิจที่สำคัญของโลก
8. ความหมายที่แตกต่างในแต่ละวัฒนธรรม
แม้จะเป็นดอกไม้ชนิดเดียวกัน แต่ความหมายของเบญจมาศแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ
- ในจีนหมายถึงอายุยืน ความสงบและความโชคดี
- ในญี่ปุ่นเป็นสัญลักษณ์ของจักรพรรดิ ความสูงส่งและความสง่างาม
- ในหลายประเทศยุโรป เช่น ฝรั่งเศส เบลเยียมและอิตาลี ดอกเบญจมาศมักเกี่ยวข้องกับการรำลึกถึงผู้ล่วงลับจึงนิยมใช้ประดับสุสานและพิธีไว้อาลัย
- ในประเทศไทยดอกเบญจมาศเป็นไม้ดอกที่นิยมใช้จัดสวน ตกแต่งสถานที่และมอบเป็นของขวัญในโอกาสต่างๆ โดยมักสื่อถึงความจริงใจ ความเคารพและความปรารถนาดี
บทส่งท้าย
จากพืชสมุนไพรที่ปลูกกันในสวนของชาวบ้านสู่ดอกไม้ที่ได้รับการยกย่องในวรรณกรรม ศิลปะและวัฒนธรรมของหลายอารยธรรม ดอกเบญจมาศได้พิสูจน์ให้เห็นว่าความงดงามไม่ได้อยู่เพียงรูปลักษณ์ภายนอกแต่ยังอยู่ในคุณค่าที่ผู้คนมอบให้ตลอดหลายพันปี
ทุกวันนี้ดอกเบญจมาศยังคงเป็นหนึ่งในไม้ดอกที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก ทั้งในฐานะพืชประดับ สมุนไพร เครื่องดื่มและสัญลักษณ์แห่งความเป็นสิริมงคล ความยืนยาวและเกียรติยศ เรื่องราวของมันจึงเป็นตัวอย่างที่สะท้อนว่าดอกไม้เล็กๆ จากสวนหลังบ้านสามารถก้าวขึ้นสู่การเป็นสัญลักษณ์ของราชบัลลังก์และวัฒนธรรมระดับชาติได้อย่างน่ามหัศจรรย์

รายการโปรดของคุณ

เลือกรายการที่ต้องการดู